
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 69 เวลา 13.00 น. นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ลงพื้นที่กองการประปา เทศบาลนครภูเก็ต บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมรายงานสถานการณ์หลังเกิดเหตุถังเก็บคลอรีนขนาด 6000 ลิตร ระเบิดเมื่อเวลา 11.49 น. ต่อนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต รักษาราชการปลัดจังหวัดภูเก็ต นายวรัตม์ สุระวดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายก้องเกียรติ ตันตินันท์ หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่งานรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลนครภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ กองการประปา เทศบาลนครภูเก็ต ถนนดำรง ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต

โดย นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต สั่งการให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครภูเก็ต พร้อมรถบรรทุกน้ำดับเพลิง จำนวน 3 คัน ระดมกำลังฉีดน้ำ เพื่อลดการฟุ้งกระจาย และลดการรั่วไหลของสารเคมี ป้องกันการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ และบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ข้างเคียง โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เนื่องจากภายในถังเก็บคลอรีน ถังที่เกิดเหตุมีสารเคมีตกค้างอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และกระแสลมไม่กรรโชกแรง พร้อมกับสั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบต่อไป

นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า จากการเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินความเสียหายเบื้องต้น พบว่า มีถังเก็บคลอรีนที่ใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปา ได้รับความเสียหาย จำนวน 1 ถัง กระจก ฝ้าเพดานอาคารได้รับความเสียหายเล็กน้อยบางส่วน ซึ่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของการระเบิดในครั้งนี้อย่างละเอียดแล้ว

ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงและไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตน้ำประปา เพื่อให้บริการประชาชน ระบบยังคงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเนื่องจากเหตุการณ์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แม้อาจมีกลิ่นของสารเคมีในช่วงแรกก็ตาม ซึ่งขณะนี้กลิ่นได้หายไปแล้ว และสถานการณ์ต่าง ๆ เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว


