
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 69 นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นำนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามระบบระบายน้ำ และการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อประเมินศักยภาพการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัย โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเฉลิมพร ปิยณรงค์โรจน์ ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต นายณัฐพัทร นุ้ยคดี ผู้อำนวยการส่วนคสบคุมการก่อสร้างอาคารและผังเมือง สำนักช่าง หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ สำนักช่าง งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลนครภูเก็ต ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ สถานีสูบระบายน้ำ PS1 (แยกวิทยาลัยสารพัดช่าง) และสถานีสูบระบายน้ำตะกั่วป่า ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต

นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า สถานีสูบตะกั่วป่า เป็นจุดรับน้ำจากพื้นที่ด้านตะวันออกของเกาะภูเก็ต โดยน้ำจากพื้นที่เขากะทู้ ปัจจุบันเทศบาลนครภูเก็ตมีเครื่องสูบน้ำ จำนวน 12 เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้า 11 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ 1 เครื่อง สำหรับสำรองกรณีไฟฟ้าขัดข้อง มีขีดความสามารถในการสูบน้ำรวม 27,144 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ส่วนบริเวณประตูระบายน้ำ PS1 (แยกวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต) ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี มีเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้าจำนวน 4 เครื่อง แต่ละเครื่องมีอัตราการสูบน้ำ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมขีดความสามารถในการสูบน้ำ 43,200 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่

ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้รายงานปัญหาการระบายน้ำ และความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยในจุดสำคัญ รวมถึงแนวทางพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมหารือแนวคิดการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการน้ำในพื้นที่

ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การจัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักรกล กำลังเจ้าหน้าที่ แผนเผชิญเหตุ และการกำหนดพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนการวางแผนช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งต้องมีแนวทางดูแลและเคลื่อนย้ายอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมประสานการสนับสนุนทรัพยากรจากหน่วยงานส่วนกลาง ทั้งเครื่องจักรกลและยานพาหนะสำหรับปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วม เครื่องสูบน้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคมและกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะกองทัพเรือที่มีเรือและอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจด้านการระบายน้ำ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำบัญชีทรัพยากรและเตรียมความพร้อมสำหรับการสนับสนุนเมื่อได้รับการร้องขอ

สำหรับการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนภายหลังเกิดภัยพิบัติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานด่านหน้าในการรับแจ้งความเสียหายและข้อมูลจากประชาชน อำนวยความสะดวกในกระบวนการช่วยเหลือให้มากที่สุด พร้อมพิจารณาลดขั้นตอนหรือเอกสารที่ไม่จำเป็นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิการเยียวยาได้อย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความพร้อมของระบบระบายน้ำและทรัพยากรในการรับมืออุทกภัย ควบคู่กับการวางแผนช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต



