
บริษัท ไอกรีน พลัส โซลูชั่น จำกัด หรือ iGreen+ เดินหน้าขยายบทบาทจากผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สู่การร่วมพัฒนา EV Mobility Ecosystem ในจังหวัดภูเก็ต เปิดตัว iGreen+ Phuket Flagship Station ณ E-Park Phuket ภายใต้งาน “POWERING PHUKET’S NEXT JOURNEY – ชาร์จรถวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนภูเก็ตสู่อนาคต” โดยมุ่งยกระดับพื้นที่จากจุดให้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่ EV Mobility Hub ที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินทาง ธุรกิจ บริการ และองค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน

หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการรวมตัวกันของพันธมิตรจากหลายภาคส่วน ที่เป็น “Co-Creators” หรือผู้ร่วมสร้างและร่วมขับเคลื่อนอนาคตของภูเก็ต ไปสู่การเป็น EV Mobility Hub ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว ระบบขนส่งสาธารณะ ผู้ประกอบการ Fleet ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานและร่วมพิธีตัดริบบิ้นเปิด iGreen+ Phuket Flagship Station อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย คุณกชกร แข็งขัน ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการบริษัท ไอกรีน พลัส โซลูชั่น จำกัด คุณมนต์ทวี หงษ์หยก ผู้บริหารและผู้ร่วมพัฒนาพื้นที่ E-Park : EV Mobility Hub

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่มองว่าการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนรถ EV เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศน์ที่พร้อมรองรับการใช้งานจริงควบคู่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ที่มีรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารสาธารณะ รถแท็กซี่ รถรับส่งนักท่องเที่ยว และกลุ่มยานพาหนะของภาคธุรกิจ

ด้วยเหตุนี้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจึงสามารถพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการเดินทาง การท่องเที่ยว และการดำเนินธุรกิจของเมืองในระยะยาว

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่าน 3 แกนสำคัญของงาน ได้แก่ POWERING – CONNECTING – BUILDING โดยหมายถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความพร้อมและน่าเชื่อถือ รองรับทั้งผู้ใช้รถ EV ทั่วไปและ Fleet ที่มีการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ เพื่อเชื่อมผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ผู้พัฒนาพื้นที่ พันธมิตรด้านการลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้ใช้งานจริง ให้สามารถเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน และจึงต่อยอดจากจุดให้บริการชาร์จไปสู่การบริการ องค์ความรู้ บุคลากร และธุรกิจใหม่ที่จำเป็นต่อการเติบโตของระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ความร่วมมือในโครงการนี้สะท้อนให้เห็นบทบาทของผู้ร่วมสร้างแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน โดย iGreen+ ทำหน้าที่ด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการบริหารจัดการระบบ ในขณะที่ E-Park และคุณมนต์ทวี หงษ์หยก เข้ามาเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานนี้เข้ากับพื้นที่และมองเห็นโอกาสในการต่อยอดสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ EV แบบครบวงจร

ขณะเดียวกัน คุณกฤษดา ธีรศุภลักษณ์ หรือคุณเวล จาก Welldone Guarantee เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศน์นี้ในมิติขององค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร และ EV Training โดยมองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงสร้างความต้องการด้านรถยนต์หรือสถานีชาร์จเท่านั้น แต่สร้างความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ การตรวจสอบ และการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

แนวทางการพัฒนา E-Park Phuket จึงถูกวางให้ครอบคลุมองค์ประกอบของระบบนิเวศ EV ใน 8 ด้าน ได้แก่ E-Service, E-Rental, E-Moto, E-Charge, E-Energy, E-Inspection, E-Commercial และ E-Academy เพื่อรองรับตั้งแต่การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า การชาร์จ การตรวจสอบ การดูแลรักษา การให้บริการเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมใหม่
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศน์นี้คือกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ และกลุ่มยานพาหนะฟลีท ซึ่งภายในงานมีทั้งผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ รถแท็กซี่ และรถรับส่งนักท่องเที่ยวเข้าร่วม เพื่อสะท้อนมุมมองจากผู้ใช้งานจริงว่าโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ดีต้องตอบโจทย์มากกว่าความสะดวก แต่ต้องสามารถสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ความต่อเนื่องในการให้บริการ และการเติบโตของระบบการเดินทางในพื้นที่ได้จริง

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการเสวนาในหัวข้อ “Powering Phuket Together: Building the Next Energy & Mobility Ecosystem” โดยมี คุณกชกร แข็งขัน คุณมนต์ทวี หงษ์หยก และ คุณกฤษดา ธีรศุภลักษณ์ จาก Welldone Guarantee ร่วมถ่ายทอดมุมมองจาก 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ มุมมองทางด้านการเป็นผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มุมมองของทางพื้นที่ และโอกาสทางธุรกิจ และองค์ความรู้กับการพัฒนาคน
การสนทนามุ่งชี้ให้เห็นว่า การทำให้ภูเก็ตก้าวไปสู่การเป็น EV Mobility Hub ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ตั้งแต่การวาง Infrastructure การพัฒนาพื้นที่ การลงทุน การสร้างบริการ การพัฒนาคน ไปจนถึงการมีผู้ใช้งานจริงที่ช่วยทำให้ระบบนิเวศน์นี้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

คุณกชกร แข็งขัน ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการบริษัท ไอกรีนพลัส โซลูชั่น กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันต้องมองไกลกว่าการเพิ่มจำนวนหัวชาร์จ แต่ต้องคำนึงถึงความพร้อมของระบบ ความน่าเชื่อถือ ตำแหน่งของสถานี และรูปแบบการใช้งานจริงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะ Fleet และภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการชาร์จเพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ คุณมนต์ทวี หงษ์หยก มองว่า พื้นที่สามารถมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ตั้งของสถานีชาร์จ หากสามารถนำ Infrastructure มาเชื่อมกับบริการและกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ก็จะสามารถพัฒนาไปสู่ Ecosystem ที่สร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้ใช้งาน ภาคธุรกิจ และพื้นที่โดยรอบได้

ด้านคุณกฤษดา ธีรศุภลักษณ์ ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และบุคลากรควบคู่ไปกับการเติบโตของเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนา EV Training Center และ E-Academy ซึ่งจะช่วยเตรียมบุคลากรให้มีความรู้และทักษะรองรับอุตสาหกรรม EV รวมถึงเปิดโอกาสในการสร้างงานและอาชีพใหม่ให้แก่คนในพื้นที่
การเปิดตัว iGreen+ Phuket Flagship Station ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดสถานีชาร์จ แต่เป็นการรวมตัวกันของผู้ร่วมสร้างจากหลากหลายภาคส่วน ที่เข้ามาร่วมกันวางรากฐานของการเดินทางรูปแบบใหม่ของจังหวัดภูเก็ต

จากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ ผู้พัฒนาพื้นที่ พันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ผู้พัฒนาองค์ความรู้และบริการ EV ไปจนถึง Fleet Operator และผู้ใช้งานจริง ที่ต่างมีบทบาทที่แตกต่างกันกำลังร่วมกันเติมเต็ม เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้ภูเก็ตสามารถก้าวไปสู่การเป็น EV Mobility Hub ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงาน การเดินทาง ภาคธุรกิจและการให้บริการ ภาคอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างครบถ้วน

